ฅนน่องเหล็ก ขึ้นชื่อว่า “ฅนปั่นสามล้อมืออาชีพ”

ฅนน่องเหล็ก ขึ้นชื่อว่า “ฅนปั่นสามล้อมืออาชีพ”

การปฏิวัติวงการคมนาคมในเชียงใหม่ได้เริ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ราว 50 – 60 ปีก่อน มอเตอร์ไซค์คันแรกได้เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ตามมาด้วยรถยนต์ รถขนส่งมวลชน และรถรับจ้างหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น สามล้อถีบ สามล้อเครื่อง ตุ๊ก ตุ๊ก จนกระทั้งทางเลือกใหม่ ๆ ในการเดินทางเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค ซึ่งในขณะที่ตัวเลือกใหม่เพิ่มขึ้นตัวเลือกเก่า ๆ ก็ย่อมจะไม่ได้เป็นทางเลือกอีกต่อไป พฤติกรรมของผู้คนในยุคสมัยใหม่ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับสวนทางกับการทำอาชีพสามล้อปั่นที่นับวันค่อย ๆ น้อยลงตามเวลา

ในปัจจุบันอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้างนับวันยิ่งหายากขึ้นทุกทีในเมืองเชียงใหม่ แต่คุณลุงวัย 72 ปียังคงมุ่งหน้าปั่นจักรยานสามล้อของตนอย่างเต็มกำลังเพื่อไปรับลูกค้าเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรจากบ้านถึงตลาดวโรรส

ลุงวัลลภ กำจร คุณลุงยังคงประกอบอาชีพนักปั่นสามล้อ มานานกว่า 50 ปี วันนี้เป็นอีกวันที่ลุงต้องออกมาทำงานอาชีพนักปั่นสามล้อ ซึ่งต้องใช้ทั้งพละกำลังแรงกายและแรงใจ คุณลุงทำหน้าที่ปั่นท่ามกลางแดดร้อนทำอาชีพที่คุณลุงรัก แม้ว่าจะต้องใช้พลังเรี่ยวแรงของคุณลุงซึ่งกลับถดถอยลงในทุกวัน ความเหน็ดเหนื่อยกลายเป็นเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ค่อย ๆ ซึมจนผืนเสื้อม่อฮ่อมสีฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่กลับไม่มีคำบ่นหลุดออกจากปากเลยแม้แต่คำเดียว

                              
“ ทำไมลุงถึงยังปั่นสามล้ออยู่ครับ ” คำถามที่หลายคนต่างสงสัยและอยากรู้ว่าทำไมคุณลุงผู้สูงอายุถึงไม่พักอยู่ที่บ้านตามประสาผู้สูงอายุที่ควรเกษียณจากงาน

“ อย่างน้อยลุงได้ออกกำลังกาย​​ ร่างกายก็แข็งแรงลูกหลานของลุงก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัดกันหมด เหลือลุงอยู่กับป้า 2 คน คนมันเคยปั่นมานานให้หยุดปั่นมันก็คงไม่ได้ ”

คุณลุงยังได้กล่าวต่อไปถึงบทบาทของสามล้อถีบในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปว่า

“ แต่ก่อน การเดินทางด้วยสามล้อ
คือการไปรับไปส่งกันจริง ๆ แต่ตอนนี้จะเป็นทัวร์เสียส่วนใหญ่ ทางสโมสรโรตารี่ก็พยายามช่วยเหลือโดยการหาลูกทัวร์มาลง เพื่อจะได้ปั่นให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของเมืองเชียงใหม่เรา ลุงก็อยากให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักกับเมืองเชียงใหม่ของเรา อีกอย่างจะให้ลุงไปทำอย่างอื่นก็คงไม่ไหวเพราะตนแก่มากแล้ว แต่ลุงยังเตะปี๊บดังอยู่นะ (ฮ่าๆๆ )”
เพราะความรักในเมืองเชียงใหม่และอยากให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักความสวยงามของเมือง ลุงวัลลภจึงได้มีกำลังในการปั่นสามล้อมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความสุขและใจที่รักในงานปั่นสามล้อของตน ลุงยังได้เล่าต่อถึงอนาคตของสามล้อถีบอีกว่า

“ ไม่นานเมื่อคนขับสามล้อรุ่นเก่า ๆ หมดไป สามล้อถีบเหล่านี้ก็น่าจะหมดไปด้วยเพราะคงไม่มีใครเขาขับกันแล้ว คนขับสามล้อในเชียงใหม่ตอนนี้มีไม่ถึง 100 คน ซึ่งแต่ละคนก็สูงวัยกันทั้งนั้น เด็กรุ่นใหม่เขาคงไม่มาปั่นกันหรอก
เขาเห็นว่าเป็นงานที่น่าอาย”

                        

คำพูดของคุณลุงเหมือนจะเป็นคำทำนายในอนาคตของวงการสามล้อปั่นในเมืองเชียงใหม่ ที่ใกล้จะหมดเวลาลงไปทุกทีทุกวันนี้การดำเนินชีวิตของคนเมืองล้วนแล้วแต่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางที่อุดมไปด้วยความงามก็ลดค่าลง เนื่องด้วยจุดหมายที่สำคัญที่สุดโดยไม่สนใจว่าจะถึงจุดหมายนั้นด้วยวิธีใด ดอกไม้ข้างทางที่เคยเปล่งปลั่ง จึงซีดเซียวลงด้วยความรีบเร่ง ความเร็ว 5 – 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของสามล้อปั่นที่เคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ  อาจทำให้เราได้เรียนรู้และเห็นในสิ่งที่ยานยนต์อื่นไม่สามารถเห็นได้ นั่นคือ พลขับผู้มีอัธยาศัยดี การพูดคุยที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากชายสูงวัย และการมองสิ่งรอบ ๆ อย่างช้า ๆ พิจารณาถึงความงามรอบ
กายขณะอยู่บนสามล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังมนุษย์ ที่เรียกกันว่า “ จักรยานสามล้อปั่น ” นี่แหละความงามและเสน่ห์ ของสามล้อปั่น ที่กำลังรอให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง

 

เรื่อง : สมปราชญ์ ภิราษร, อิสรากรณ์ ผู้กฤตยาคามี

ภาพ  : สมปราชญ์ ภิราษร, อิสรากรณ์ ผู้กฤตยาคามี

 

 



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *